แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 2
แบบฝึกหัดท้ายบทที่
2
1. ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
แตกต่างกันอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ ฮาร์ดแวร์
(Hardware) เป็นอุปกรณ์ที่จับต้อง
สัมผัส
และสามารถมองเห็นได้อย่างเป็นรูปธรรม
ฮาร์ดแวร์ของคอมพิวเตอร์จะมีทั้งที่ติดตั้งอยู่ภายในตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ (เช่น
ซีพียู เมนบอร์ด แรม)และที่ติดตั้งอยู่ภายนอกตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ (เช่น
คีย์บอร์ด เมาส์ จอภาพ
เครื่องพิมพ์)ซอฟต์แวร์ (Software)
เป็นองค์ประกอบทางนามธรรมที่ไม่สามารถจับต้องหรือสัมผัสได้เหมือนกับฮาร์ดแวร์ ซึ่งซอฟต์แวร์นี้แบ่งออกเป็น 2
ประเภทใหญ่ๆ
ด้วยกันคือ
-
ซอฟต์แวร์ระบบ (System
Software) เป็นซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่ควบคุมระบบการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์
ตัวอย่างที่รู้จักกันเป็นอย่างดีคือระบบปฏิบัติการหรือ OS
(Operating
System)-
ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application
Software)
เป็นกลุ่มซอฟต์แวร์ที่สามารถติดตั้งได้ในภายหลัง
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและการประยุกต์ใช้งานเป็นหลัก โดยปกติจะมุ่งใช้กับงานเฉพาะด้าน เช่น
งานด้านบัญชี งานด้านเอกสาร หรืองานควบคุมสินค้าคงคลัง
2.
หน่วยงานที่ชื่อ SIPA ถูกจัดตั้งโดยกระทรวงใด
มีบทบาทและหน้าที่อย่างไรบ้างในวงการซอฟต์แวร์ไทย
ตอบ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือชื่อในภาษาอังกฤษว่า Software Industry Promotion Agency
(Public Organization) เรียกชื่อย่อว่า
SIPA
เป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ.2546 เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการวางแผนและกำหนดนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของประเทศไทย
3.
นักวิเคราะห์ระบบกับผู้ใช้งานมีความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง จงยกตัวอย่างประกอบ
ตอบ
นักวิเคราะห์ระบบจะเป็นผู้ที่ศึกษาถึงปัญหาและความต้องการของนักธุรกิจ โดยนำเอาปัจจัย 3 ประการ
คือ คน ( people ) วิธีการ ( method ) และคอมพิวเตอร์เทคโนโลยี ( computer technology ) ใช้ในการปรับปรุงหรือแก้ปัญหาให้กับนักธุรกิจ
เมื่อได้มีการนำเอาพัฒนาการทางเทคโนโลยีของคอมพิวเตอร์มาใช้
นักวิเคราะห์ระบบจะต้องรับผิดชอบถึงการกำหนดลักษณะของข้อมูล
( data ) ที่จะจัดเก็บเข้าสู่ระบบงานคอมพิวเตอร์ การหมุนเวียน การเปลี่ยนแปลงของข้อมูลและระยะเวลาเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ใช้หรือธุรกิจ
( business users ) นักวิเคราะห์ระบบไม่ได้เพียงวิเคราะห์หรือดีไซน์ระบบงานเท่านั้น
หากแต่ยังขายบริการทางด้านระบบงานข้อมูล
โดยนำเอาประโยชน์จากเทคโนโลยีล่าสุดมาใช้ควบคู่กันไปด้วย จากบทบาทของนักวิเคราะห์ระบบที่กล่าวมาแล้วข้างต้น
ทำให้นักวิเคราะห์ระบบจะต้องมีความรู้ทั้งทางภาคธุรกิจหรือการดำเนินงาน ในหน่วยงานต่างๆ และคอมพิวเตอร์ควบคู่กัน
นักวิเคราะห์ระบบโดยส่วนใหญ่สามารถที่จะดีไซน์ระบบงานและเขียนโปรแกรมขึ้นได้ด้วยตัวเอง
ส่วนนี้เองกลับทำให้บุคคลภายนอกเกิดความสับสนระหว่างโปรแกรมเมอร์กับนักวิเคราะห์ระบบ
ที่มา http://www.nayoktech.ac.th
4. ช่างเทคนิคคอมพิวเตอร์
มีหน้าที่และบทบาทอย่างไรกับงานทางด้านคอมพิวเตอร์
ตอบ
หน้าที่หลักคือ การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบในหน่วยงานให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ
โดยเฉพาะกับผู้ใช้งานมือใหม่และไม่ชำนาญเพียงพอ
ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้านฮาร์ดแวร์ เช่น
ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์เกิดขัดข้องในระหว่างการจนไม่สามารถทำงานต่อไปได้5.
Software Engineer เกี่ยวข้องอย่างไรกับกระบวนการผลิตซอฟแวร์ตอบ เกี่ยวข้องกับการใช้กระบวนการทางวิศวกรรมในการดูแลการผลิต
ตั้งแต่การเริ่มเก็บความต้องการ การตั้งเป้าหมายของระบบ การออกแบบ กระบวนการพัฒนา
การตรวจสอบ การประเมินผล การติดตามโครงการ การประเมินต้นทุน การรักษาความปลอดภัย
ไปจนถึงการคิดราคาซอฟต์แวร์เป็นต้น
6.
การดูแลและบริหารระบบเครือข่าย
เกี่ยวข้องกับบุคคลตำแหน่งใดมากที่สุด
ตอบ เป็นลักษณะงานที่เกี่ยวข้องกับบุคคลในตำแหน่งที่เรียกว่า
ผู้ดูแลเน็ตเวิร์ก (NetworkAdministrator) มากที่สุด โดยจะต้องดูแลและบริหารระบบเครือข่ายให้สามารถทำงานได้อย่างราบรื่น
มีการติดตั้งระบบของเครือข่ายที่รัดกุม
สร้างระบบป้องกันการบุกรุกที่มีเสถียรภาพและเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการถูกโจมตีจากผู้ไม่ประสงค์ดีเข้ามายังเครือข่ายในองค์กรได้7.
binary digit คืออะไร เกี่ยวข้องอย่างไรกับการทำงานของคอมพิวเตอร์ตอบ ตัวเลขในระบบฐานสอง ได้แก่
เลข 0 และ 1 ซึ่งโดยปกติข้อมูลที่จะนำมาใช้กับคอมพิวเตอร์ได้นั้น
จะต้องมีการแปลงรูปแบบหรือสถานะให้คอมพิวเตอร์เข้าใจเสียก่อน
จึงจะสามารถเอามาใช้งานในการประมวลผลต่างๆ
ได้ซึ่งโดยปกติจะเรียกว่า สถานะแบบดิจิตอล ซึ่งมีเพียงสองสถานะเท่านั้นคือ เปิด (1) และ ปิด (0)
8.
กระบวนการแปลงข้อมูลปกติให้เป็นเลขฐานสองทางคอมพิวเตอร์ มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง จงอธิบาย
ตอบ เริ่มจากข้อมูลตัวอักษรจะถูกป้อนเข้าไปยังระบบผ่านเข้าทางอุปกรณ์รับข้อมูลเช่น
คีย์บอร์ด
จากนั้นสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ของตัวอักษรดังกล่าวจะถูกส่งต่อไปยังระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์
เพื่อแปลงให้อยู่ในรูปแบบรหัสมาตรฐานที่เข้าใจตรงกัน
และนำเก็บไว้ในหน่วยความจำเพื่อรอการประมวลผลและแปลงกลับออกมาให้อยู่ในรูปแบบของภาพที่สามารถมองเห็นได้ผ่านอุปกรณ์การแสดงผลบางอย่างเช่น
จอภาพ เป็นต้น9. การนำข้อมูลเข้าสู่คอมพิวเตอร์ สามารถทำได้ด้วยวิธีใดบ้าง จงยกตัวอย่างประกอบตอบ การนำเข้าข้อมูล (Input data)
เป็นกระบวนการบันทึกข้อมูลเข้าสู่คอมพิวเตอร์ การสร้างฐานข้อมูลที่ละเอียด ถูกต้อง
เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการปฏิบัติงานด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ซึ่งจำเป็นต้องมีการประเมินคุณภาพข้อมูล
ที่จะนำเข้าสู่ระบบในเรื่องแหล่งที่มาของข้อมูล วิธีการสำรวจข้อมูลมาตราส่วนของแผนที่ ความถูกต้อง
ความละเอียด
พื้นที่ที่ข้อมูลครอบคลุมถึงและปีที่จัดทำข้อมูล เพื่อประเมินคุณภาพ และคักเลือกข้อมูลที่จะนำเข้าสู่ระบบฐานข้อมูล
10.
พื้นฐานการทำงานของคอมพิวเตอร์
ส่วนใดที่ถือว่าเป็นเหมือนกับ “สมอง” และประกอบด้วยส่วนที่เกี่ยวข้องอะไรบ้าง
ตอบ ซีพียูหรือหน่วยประมวลผลกลาง เปรียบเหมือนกับ “สมอง” ของคอมพิวเตอร์
ซึ่งมีหน้าที่หลักในการประมวลผลคำสั่งที่ได้รับมาว่าจะให้ทำอะไรบ้าง
ประกอบด้วยหน่วยสำหรับการทำงานแบ่งออกเป็นส่วนๆคือหน่วยควบคุม (Control
Unit)หน่วยคำนวณและตรรกะ (Arithmetic and Logic Unit)รีจิสเตอร์ (Register)
11. ROM และ RAM เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร
ตอบ ถือเป็นหน่วยความจำเหมือนกัน
แต่ ROM เป็นหน่วยความจำที่อ่านได้อย่างเดียว ไม่สามารถเขียนหรือบันทึกเพิ่มเติมได้ โดยปกติจะเป็นการเก็บคำสั่งที่ใช้บ่อยและเป็นคำสั่งเฉพาะ
มีอยู่กับเครื่องอย่างถาวร แม้ไฟจะดับก็ไม่ทำให้คำสั่งต่างๆหายไป ส่วน
RAM เป็นหน่วยความจำอีกแบบหนึ่งแต่เมื่อไฟดับหรือปิดเครื่องข้อมูลต่างๆจะถูกลบเลือนหายไปหมด
นิยมใช้สำหรับจดจำคำสั่งในระหว่างที่ระบบกำลังทำงานอยู่เพียงเท่านั้น
สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ตลอดเวลา
12. machine cycle คืออะไร และมีหลักการทำงานอย่างไรบ้าง จงอธิบาย
ตอบ เป็นวงรอบหนึ่งๆในการทำงานของซีพียู
จะเกี่ยวข้องกับการประมวลผลหลักๆโดยการอ่านและดึงข้อมูลมาจากหน่วยความจำหลัก
เพื่อเก็บเข้าสู่รีจิสเตอร์ในส่วนที่เก็บชุดคำสั่งและตำแหน่งสำหรับประมวลผล
จากนั้นจะมีการแปลความหมายของชุดคำสั่งว่าจะให้ทำอะไรบ้าง และนำไปทำงานตามที่ได้รับนั้นและเก็บผลลัพธ์ที่ได้เพื่อให้ส่วนอื่นๆเรียกใช้ต่อไป
โดยจะมีการวนอ่านเพื่อประมวลผลแบบนี้วนซ้ำไปเรื่อยๆจนกว่าจะจบโปรแกรมหรือชุดคำสั่งในการทำงานทั้งหมด
13. ขั้นตอนช่วง E-Time ประกอบด้วยขั้นตอนอะไรบ้าง
ตอบ ขั้นตอนการประมวลผลขั้นตอนที่ 1 : Fetch Instruction หน่วยควบคุมเข้าถึง (Access)
คำสั่งที่ถูก Execute จากหน่วยความจำขั้นตอนที่ 2 :
Decode Instruction คำสั่งถูกตีความ ( Decode) เพื่อให้รู้ว่าต้องทำงานอะไร แล้วข้อมูลที่ต้องใช้ในการ
ประมวลผลจะถูกเคลื่อนย้ายจากหน่วยความจำมาเก็บไว้ที่รีจิสเตอร์ (Register) จากนั้นจะกำหนดตำแหน่งของคำสั่งถัดไปทั้งขั้นตอนที่ 1 และ 2 เรียกรวมกันว่า "Instruction Phase"
และเวลาที่ใช้ในการกระทำเฟสนี้เรียกว่า "Instruction Time (I-time)"ขั้นตอนที่ 3 :
Execute Instruction ALU ปฏิบัติงานตามคำสั่งที่ตีความได้
ไม่ว่าจะเป็นการคำนวณทางคณิตศาสตร์หรือการ เปรียบเทียบขั้นตอนที่ 4 : Store
Results เก็บผลลัพธ์ที่ประมวลผลได้ลงในหน่วยความจำทั้งขั้นตอนที่ 3 และ 4
เรียกรวมกันว่า
"Execution
Phase"เป็นช่วงเวลาที่คอมพิวเตอร์กระทำตามคำสั่งในชุดคำสั่งชุดหนึ่ง ๆ
เริ่มนับแต่การไปนำข้อมูลมา (fetch) การถอดรหัส (decode) และการกระทำการ (execute) ตามข้อความสั่งนั้น ๆ
และเวลาที่ใช้ในการกระทำเฟสนี้
เรียกว่า "Execution
Time (E-time)"
และแหล่งที่มาข้ออื่นๆ จาก หนังสือคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น