วันอังคารที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 2

แบบฝึกหัดท้ายบทที่  2
1. ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์  แตกต่างกันอย่างไร  จงอธิบาย

ตอบ  ฮาร์ดแวร์  (Hardware)  เป็นอุปกรณ์ที่จับต้อง สัมผัส  และสามารถมองเห็นได้อย่างเป็นรูปธรรม  ฮาร์ดแวร์ของคอมพิวเตอร์จะมีทั้งที่ติดตั้งอยู่ภายในตัวเครื่องคอมพิวเตอร์  (เช่น  ซีพียู  เมนบอร์ด  แรม)และที่ติดตั้งอยู่ภายนอกตัวเครื่องคอมพิวเตอร์  (เช่น  คีย์บอร์ด  เมาส์  จอภาพ  เครื่องพิมพ์)ซอฟต์แวร์  (Software)  เป็นองค์ประกอบทางนามธรรมที่ไม่สามารถจับต้องหรือสัมผัสได้เหมือนกับฮาร์ดแวร์  ซึ่งซอฟต์แวร์นี้แบ่งออกเป็น  2  ประเภทใหญ่ๆ  ด้วยกันคือ
-                     ซอฟต์แวร์ระบบ  (System  Software)  เป็นซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่ควบคุมระบบการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์  ตัวอย่างที่รู้จักกันเป็นอย่างดีคือระบบปฏิบัติการหรือ  OS  (Operating  System)-                     ซอฟต์แวร์ประยุกต์  (Application  Software)  เป็นกลุ่มซอฟต์แวร์ที่สามารถติดตั้งได้ในภายหลัง
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและการประยุกต์ใช้งานเป็นหลัก  โดยปกติจะมุ่งใช้กับงานเฉพาะด้าน  เช่น  งานด้านบัญชี  งานด้านเอกสาร  หรืองานควบคุมสินค้าคงคลัง

2. หน่วยงานที่ชื่อ  SIPA  ถูกจัดตั้งโดยกระทรวงใด  มีบทบาทและหน้าที่อย่างไรบ้างในวงการซอฟต์แวร์ไทย

ตอบ  สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ  (องค์การมหาชน)  หรือชื่อในภาษาอังกฤษว่า  Software  Industry Promotion  Agency  (Public  Organization) เรียกชื่อย่อว่า  SIPA  เป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่  24  กันยายน  พ.ศ.2546  เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการวางแผนและกำหนดนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของประเทศไทย

3. นักวิเคราะห์ระบบกับผู้ใช้งานมีความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง  จงยกตัวอย่างประกอบ

ตอบ  นักวิเคราะห์ระบบจะเป็นผู้ที่ศึกษาถึงปัญหาและความต้องการของนักธุรกิจ  โดยนำเอาปัจจัย  3  ประการ  คือ  คน  ( people )  วิธีการ  ( method )  และคอมพิวเตอร์เทคโนโลยี  ( computer technology )  ใช้ในการปรับปรุงหรือแก้ปัญหาให้กับนักธุรกิจ  เมื่อได้มีการนำเอาพัฒนาการทางเทคโนโลยีของคอมพิวเตอร์มาใช้  นักวิเคราะห์ระบบจะต้องรับผิดชอบถึงการกำหนดลักษณะของข้อมูล  ( data )  ที่จะจัดเก็บเข้าสู่ระบบงานคอมพิวเตอร์  การหมุนเวียน การเปลี่ยนแปลงของข้อมูลและระยะเวลาเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ใช้หรือธุรกิจ  ( business users )  นักวิเคราะห์ระบบไม่ได้เพียงวิเคราะห์หรือดีไซน์ระบบงานเท่านั้น  หากแต่ยังขายบริการทางด้านระบบงานข้อมูล โดยนำเอาประโยชน์จากเทคโนโลยีล่าสุดมาใช้ควบคู่กันไปด้วย จากบทบาทของนักวิเคราะห์ระบบที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ทำให้นักวิเคราะห์ระบบจะต้องมีความรู้ทั้งทางภาคธุรกิจหรือการดำเนินงาน  ในหน่วยงานต่างๆ  และคอมพิวเตอร์ควบคู่กัน นักวิเคราะห์ระบบโดยส่วนใหญ่สามารถที่จะดีไซน์ระบบงานและเขียนโปรแกรมขึ้นได้ด้วยตัวเอง  ส่วนนี้เองกลับทำให้บุคคลภายนอกเกิดความสับสนระหว่างโปรแกรมเมอร์กับนักวิเคราะห์ระบบ

ที่มา  http://www.nayoktech.ac.th

4. ช่างเทคนิคคอมพิวเตอร์  มีหน้าที่และบทบาทอย่างไรกับงานทางด้านคอมพิวเตอร์
ตอบ  หน้าที่หลักคือ  การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบในหน่วยงานให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ  โดยเฉพาะกับผู้ใช้งานมือใหม่และไม่ชำนาญเพียงพอ  ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้านฮาร์ดแวร์  เช่น  ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์เกิดขัดข้องในระหว่างการจนไม่สามารถทำงานต่อไปได้5. Software  Engineer  เกี่ยวข้องอย่างไรกับกระบวนการผลิตซอฟแวร์ตอบ  เกี่ยวข้องกับการใช้กระบวนการทางวิศวกรรมในการดูแลการผลิต ตั้งแต่การเริ่มเก็บความต้องการ การตั้งเป้าหมายของระบบ การออกแบบ กระบวนการพัฒนา การตรวจสอบ การประเมินผล การติดตามโครงการ การประเมินต้นทุน การรักษาความปลอดภัย ไปจนถึงการคิดราคาซอฟต์แวร์เป็นต้น

ที่มา  http://th.wikipedia.org/

6. การดูแลและบริหารระบบเครือข่าย  เกี่ยวข้องกับบุคคลตำแหน่งใดมากที่สุด

ตอบ  เป็นลักษณะงานที่เกี่ยวข้องกับบุคคลในตำแหน่งที่เรียกว่า ผู้ดูแลเน็ตเวิร์ก (NetworkAdministrator) มากที่สุด โดยจะต้องดูแลและบริหารระบบเครือข่ายให้สามารถทำงานได้อย่างราบรื่น มีการติดตั้งระบบของเครือข่ายที่รัดกุม สร้างระบบป้องกันการบุกรุกที่มีเสถียรภาพและเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการถูกโจมตีจากผู้ไม่ประสงค์ดีเข้ามายังเครือข่ายในองค์กรได้7. binary  digit  คืออะไร  เกี่ยวข้องอย่างไรกับการทำงานของคอมพิวเตอร์ตอบ  ตัวเลขในระบบฐานสอง  ได้แก่  เลข  0  และ  1  ซึ่งโดยปกติข้อมูลที่จะนำมาใช้กับคอมพิวเตอร์ได้นั้น  จะต้องมีการแปลงรูปแบบหรือสถานะให้คอมพิวเตอร์เข้าใจเสียก่อน  จึงจะสามารถเอามาใช้งานในการประมวลผลต่างๆ  ได้ซึ่งโดยปกติจะเรียกว่า  สถานะแบบดิจิตอล  ซึ่งมีเพียงสองสถานะเท่านั้นคือ  เปิด  (1) และ  ปิด  (0)

8. กระบวนการแปลงข้อมูลปกติให้เป็นเลขฐานสองทางคอมพิวเตอร์  มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง  จงอธิบาย

ตอบ  เริ่มจากข้อมูลตัวอักษรจะถูกป้อนเข้าไปยังระบบผ่านเข้าทางอุปกรณ์รับข้อมูลเช่น คีย์บอร์ด จากนั้นสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ของตัวอักษรดังกล่าวจะถูกส่งต่อไปยังระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์  เพื่อแปลงให้อยู่ในรูปแบบรหัสมาตรฐานที่เข้าใจตรงกัน  และนำเก็บไว้ในหน่วยความจำเพื่อรอการประมวลผลและแปลงกลับออกมาให้อยู่ในรูปแบบของภาพที่สามารถมองเห็นได้ผ่านอุปกรณ์การแสดงผลบางอย่างเช่น  จอภาพ  เป็นต้น9.  การนำข้อมูลเข้าสู่คอมพิวเตอร์  สามารถทำได้ด้วยวิธีใดบ้าง  จงยกตัวอย่างประกอบตอบ  การนำเข้าข้อมูล  (Input data)  เป็นกระบวนการบันทึกข้อมูลเข้าสู่คอมพิวเตอร์  การสร้างฐานข้อมูลที่ละเอียด  ถูกต้อง เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการปฏิบัติงานด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ซึ่งจำเป็นต้องมีการประเมินคุณภาพข้อมูล  ที่จะนำเข้าสู่ระบบในเรื่องแหล่งที่มาของข้อมูล  วิธีการสำรวจข้อมูลมาตราส่วนของแผนที่  ความถูกต้อง  ความละเอียด  พื้นที่ที่ข้อมูลครอบคลุมถึงและปีที่จัดทำข้อมูล  เพื่อประเมินคุณภาพ  และคักเลือกข้อมูลที่จะนำเข้าสู่ระบบฐานข้อมูล

ที่มา  http://www.gisthai.org

10. พื้นฐานการทำงานของคอมพิวเตอร์  ส่วนใดที่ถือว่าเป็นเหมือนกับ  “สมอง”  และประกอบด้วยส่วนที่เกี่ยวข้องอะไรบ้าง

ตอบ  ซีพียูหรือหน่วยประมวลผลกลาง เปรียบเหมือนกับ “สมอง” ของคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีหน้าที่หลักในการประมวลผลคำสั่งที่ได้รับมาว่าจะให้ทำอะไรบ้าง ประกอบด้วยหน่วยสำหรับการทำงานแบ่งออกเป็นส่วนๆคือหน่วยควบคุม (Control Unit)หน่วยคำนวณและตรรกะ (Arithmetic and Logic Unit)รีจิสเตอร์ (Register)

11. ROM  และ  RAM  เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

ตอบ  ถือเป็นหน่วยความจำเหมือนกัน แต่  ROM  เป็นหน่วยความจำที่อ่านได้อย่างเดียว  ไม่สามารถเขียนหรือบันทึกเพิ่มเติมได้  โดยปกติจะเป็นการเก็บคำสั่งที่ใช้บ่อยและเป็นคำสั่งเฉพาะ  มีอยู่กับเครื่องอย่างถาวร  แม้ไฟจะดับก็ไม่ทำให้คำสั่งต่างๆหายไป  ส่วน  RAM  เป็นหน่วยความจำอีกแบบหนึ่งแต่เมื่อไฟดับหรือปิดเครื่องข้อมูลต่างๆจะถูกลบเลือนหายไปหมด  นิยมใช้สำหรับจดจำคำสั่งในระหว่างที่ระบบกำลังทำงานอยู่เพียงเท่านั้น  สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ตลอดเวลา

12. machine  cycle  คืออะไร  และมีหลักการทำงานอย่างไรบ้าง  จงอธิบาย

ตอบ  เป็นวงรอบหนึ่งๆในการทำงานของซีพียู  จะเกี่ยวข้องกับการประมวลผลหลักๆโดยการอ่านและดึงข้อมูลมาจากหน่วยความจำหลัก  เพื่อเก็บเข้าสู่รีจิสเตอร์ในส่วนที่เก็บชุดคำสั่งและตำแหน่งสำหรับประมวลผล จากนั้นจะมีการแปลความหมายของชุดคำสั่งว่าจะให้ทำอะไรบ้าง  และนำไปทำงานตามที่ได้รับนั้นและเก็บผลลัพธ์ที่ได้เพื่อให้ส่วนอื่นๆเรียกใช้ต่อไป  โดยจะมีการวนอ่านเพื่อประมวลผลแบบนี้วนซ้ำไปเรื่อยๆจนกว่าจะจบโปรแกรมหรือชุดคำสั่งในการทำงานทั้งหมด

13. ขั้นตอนช่วง  E-Time  ประกอบด้วยขั้นตอนอะไรบ้าง

ตอบ  ขั้นตอนการประมวลผลขั้นตอนที่  1 : Fetch Instruction  หน่วยควบคุมเข้าถึง  (Access)  คำสั่งที่ถูก  Execute  จากหน่วยความจำขั้นตอนที่  2 : Decode  Instruction  คำสั่งถูกตีความ  ( Decode) เพื่อให้รู้ว่าต้องทำงานอะไร  แล้วข้อมูลที่ต้องใช้ในการ ประมวลผลจะถูกเคลื่อนย้ายจากหน่วยความจำมาเก็บไว้ที่รีจิสเตอร์ (Register) จากนั้นจะกำหนดตำแหน่งของคำสั่งถัดไปทั้งขั้นตอนที่  1 และ  2  เรียกรวมกันว่า  "Instruction  Phase"  และเวลาที่ใช้ในการกระทำเฟสนี้เรียกว่า  "Instruction  Time (I-time)"ขั้นตอนที่  3 : Execute Instruction ALU ปฏิบัติงานตามคำสั่งที่ตีความได้ ไม่ว่าจะเป็นการคำนวณทางคณิตศาสตร์หรือการ เปรียบเทียบขั้นตอนที่ 4 : Store  Results  เก็บผลลัพธ์ที่ประมวลผลได้ลงในหน่วยความจำทั้งขั้นตอนที่  3  และ  4  เรียกรวมกันว่า  "Execution  Phase"เป็นช่วงเวลาที่คอมพิวเตอร์กระทำตามคำสั่งในชุดคำสั่งชุดหนึ่ง  ๆ  เริ่มนับแต่การไปนำข้อมูลมา  (fetch)  การถอดรหัส  (decode) และการกระทำการ  (execute)  ตามข้อความสั่งนั้น  ๆ  และเวลาที่ใช้ในการกระทำเฟสนี้  เรียกว่า  "Execution Time (E-time)" 

ที่มา  http://guru.google.co.th

และแหล่งที่มาข้ออื่นๆ จาก  หนังสือคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น