วันพุธที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

การบ้าน 2 ข้อ


1.CPU. ที่มีประสิทธิ์ภาพดี ระบบการใช้งาน ราคาแพง ที่สุด
-ซีพียู (ซีพียู สำหรับ โน๊ตบุ๊ค) ระดับสูง (High-Level CPU) ราคา 25,000 บาท ขึ้นไป
 สำหรับซีพียูระดับสูง โดยจุดเด่นของซีพียูระดับนี้คือ จะโดดเด่นในเรื่องของการประมวลผล ไม่ว่าจะโหด ขนาดไหน ซีพียูระดับนี้ก็ไม่มีปัญหา ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งแน่นอนว่าประสทธิภาพที่สูงนั้น ย่อมมากับราคาที่สูงตามขึ้นไปด้วยเช่นกัน นอกจากจะราคาสูงขึ้นแล้ว ยังมีอัตราการกินไฟที่มากกว่าซีพียูกลุ่มอื่นๆ อีกด้วย ถึงแม้จะราคาสูงและกินไฟอยู่พอสมควร ซีพียูระดับสูงนี้ก็ยังเป็นที่ต้องการของใครหลายๆ คนเป็นแน่แท้ เพราะเวลาใช้งานจริงซีพียูระดับนี้จะตอบสนองความต้องการของคุณได้อย่างไม่มีข้อจำกัด แต่อย่างใด ก็เกริ่นนำกันมาเยอะพอสมควรแล้ว ไปชมกันดีกว่าครับว่า มีซีพียูรุ่นไหนโดนใจ ท่านผู้อ่านกันบ้าง
ตารางแสดงรายการของ ซีพียู (ซีพียู สำหรับ โน๊ตบุ๊ค) ระดับสูง (High-Level CPU) ที่น่าสนใจ
ทางทีมงานไม่ได้จัดอันดับแต่อย่างใด เพียงแค่เรียงตามลำดับความเร็ว ในการประมวลผลของ ซีพียู เท่านั้น
ตัวอย่างสเปคเครื่องรุ่นแนะนำ



 2.นักศึกษาอยากได้คอมพิวเตอร์รุ่นไหน เพราะอะไร
-ชม 10 อันดับ อัลตร้าบุ๊ค ดีที่สุดแห่งปี 2012
เพราะมีการพัฒนาความสามารถและความทันสมัยของอัลตร้าบุ๊คมาอย่างต่อเนื่อง โดย Acer Aspire S3-951 มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 13.3 นิ้ว แสดงผลระดับ HD, โพรเซสเซอร์ 1.6 GHz Core i5, 4GB Ram และมีฮาร์ดดิสให้ถึง 320GB เลยทีเดียว 


ที่มา  http://men.kapook.com/view41291.html

แบบฝึกหัดบทที่ 4

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 4


1. คีย์บอร์ดแบบเออร์โกโนมิกส์ ช่วยลดปัญหาในการทำงานกับคอมพิวเตอร์ได้อย่างไร จงยกตัวอย่างประกอบ
-คีย์บอร์ดลักษณะดังกล่าว ถูกออกแบบมาเพื่อลดปัญหาเกี่ยวกับอาการเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อมือที่
สัมผัสกับคีย์บอร์ดอยู่ตลอดเวลา โดยมีแป้นรองรับการพิมพ์สัมผัสที่ง่ายและเบา มีแท่นวางมือและออก
แบบให้สัมพันธ์กับสรีระของแขนและมือให้ทำงานสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
2.ออปติคอลเมาส์มีหลักการทำงานแตกต่างจากเมาส์แบบทั่วไปอย่างไร
-เมาส์แบบแสงหรือออปติคอลเมาส์จะทำงานได้โดยไม่ต้องใช้ล้อหมุนเหมือนกับเมาส์แบบทั่วไป
แต่จะใช้แสงส่องไปกระทบพื้นผิวด้านล่าง และมีวงจรภายในทำหน้าที่วิเคราะห์แสงสะท้อนที่เปลี่ยนไปเมื่อ
มีการเลื่อนเมาส์ จากนั้นจะแปลงทิศทางเป็นการชี้ตำแหน่งในที่สุด ซึ่งปัจจุบันมีทั้งที่เป็นแบบต่อกับ
คอมพิวเตอร์โดยใช้สายและแบบไม่ใช้สาย
3.OMR คืออะไร จงอธิบายพร้อมทั้งยกตัวอย่างลักษณะงานที่นำไปใช้
-เครื่องมือที่ใช้สำหรับอ่านหรือตรวจสอบคะแนนจากกระดาษคำตอบชนิดพิเศษ หรือชื่อเต็มว่า
Optical Mark Reader มักนำไปใช้กับการตรวจข้อสอบหรือคะแนนของกลุ่มบุคคลจำนวนมาก เช่นการ
สอบเอ็นทรานซ์ การสอบวัดระดับความรู้ทางภาษาอังกฤษ การสอบเข้ารับราชการของสำนักงานก.พ.
โดยจะทำการอ่านเครื่องหมายที่ผู้เข้าสอบได้ทำการระบายไว้ในกระดาษคำตอบที่ออกแบบมาพิเศษ
4. อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ถือว่าเป็นหัวใจหลักของเครื่องพีซีทุกเครื่อง คืออุปกรณ์ใด เหตุใดจึงเรียกเช่นนั้น
-เมนบอร์ด คืออุปกรณ์ที่เป็นเสมือนหัวใจหลักของเครื่องพีซี เนื่องจากเป็นแผงควบคุมวงจรการ
เชื่อมต่ออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของคอมพิวเตอร์เกือบทั้งหมด จะขาดไปเสียมิได้ ความสามารถ
ของเครื่องว่าจะใช้ซีพียูอะไรได้บ้าง มีประสิทธิภาพเพียงใด สามารถรองรับกับอุปกรณ์ใหม่ๆได้หรือไม่นั้น
จึงล้วนแล้วแต่ขึ้นอยู่กับเมนบอร์ดที่เลือกใช้ทั้งสิ้น
5. หน่วยเก็บข้อมูลสำรองแบ่งได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง จงยกตัวอย่างมาประเภทละ 2 รายการ
-สามารถแบ่งออกได้เป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 4 ประเภทดังนี้
+ แบบจานแม่เหล็ก
เป็นอุปกรณ์สำรองข้อมูลที่เป็นลักษณะของจานแม่เหล็กสำหรับบันทึกข้อมูลไว้ภายใน (disk) ได้รับ
ความนิยมและใช้งานมานานพอสมควร ที่รู้จักกันดี เช่น ฟล็อปปีดิสก์และฮาร์ดดิสก์
+ แบบแสง
เป็นสื่อเก็บข้อมูลสำรองที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน โดยใช้หลักการทำงานของแสง การจัด
เก็บข้อมูลจะคล้ายกับแผ่นจานแม่เหล็กต่างกันที่การแบ่งจะเป็นรูปก้นหอยและเริ่มเก็บบันทึกข้อมูล
จากส่วนด้านในออกมาด้านนอก ที่เป็นที่นิยมและรู้จักกันดี เช่น CD และ DVD เป็นต้น
+ แบบเทป
เป็นสื่อเก็บข้อมูลที่สามารถเก็บข้อมูลได้เป็นจำนวนมากและเข้าถึงข้อมูลแบบเรียงลำดับต่อเนื่อง
กันไป มีการผลิตขึ้นมาหลายขนาดแตกต่างกันไป เช่น DAT และ QIC เป็นต้น
+  แบบอื่นๆ
เป็นสื่อเก็บข้อมูลแบบใหม่ที่พบเห็นได้ทั่วไปในปัจจุบัน มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น flash drive,
thumb drive หรือ handy drive เป็นต้น อีกชนิดหนึ่งอาจพบเห็นในรูปของแผ่น memory card เพื่อ
ใช้สำหรับจัดเก็บข้อมูลประเภทภาพถ่ายหรือข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ในอุปกรณ์ดิจิตอลแบบพกพาทั้ง
หลาย เช่น กล้องถ่ายรูปดิจิตอล เป็นต้น
6. แทรคและเซกเตอร์ในสื่อเก็บข้อมูลชนิดจานแม่เหล็กจานแม่เหล็ก คืออะไร จงอธิบาย
-พื้นที่เก็บข้อมูลบนแผ่นจานแม่เหล็ก โดยที่แทรคจะเป็นลักษณะของพื้นที่แนววงกลมรอบๆแผ่น
จาน จะมีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชนิดและประเภทของจานแม่เหล็กนั้นด้วย ซึ่งแผ่นแต่ละแผ่นจะมีความ
หนาแน่นของสารแม่เหล็กแตกต่างกันทำให้ปริมาณความจุจึงต่างกันด้วย ส่วนเซกเตอร์นั้น เป็นส่วนของ
แทรคที่แบ่งย่อยออกมาเป็นส่วนๆ หากเปรียบเทียบแผ่นจานแม่เหล็กเป็นคอนโดมิเนียมหลังหนึ่งแล้ว
เซกเตอร์ก็เปรียบเหมือนกับห้องพักที่แบ่งให้คนอยู่เป็นห้องๆนั่นเอง
7. แผ่นดิสก์เก็ตต์แผ่นหนึ่งเก็บข้อมูลได้ 2 ด้าน แต่ละด้านมี 80 แทรค แต่ละแทรคแบ่งได้ 9 เซกเตอร์ และแต่ละ
เซกเตอร์สามารถเก็บข้อมูลได้มากถึง 512 ไบต์ จงคำนวณหาความจุของแผ่นนี้
ความจุของแผ่นดิสก์เก็ตแผ่นนี้ สามารถคำนวณหาได้ดังนี้
ความจุของแผ่นดิสก์เก็ต = 2 X 80 X 9 X 512 bytes
= 737,280 bytes
= 720 KiB (737,280/1024)
หรือ = 737.28 KB (737,280/1000)
8. ดิสเก็ตต์และฮาร์ดดิสก์ มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง จงอธิบาย
-ดิสเก็ตต์จะมีราคาถูกกว่ามาก แต่จะเก็บข้อมูลได้ไม่มากเท่ากับฮาร์ดดิสก์เพราะมีพื้นที่จานเก็บข้อ
มูลขนาดใหญ่กว่า ซึ่งประกอบด้วยจานหลายแผ่น ทำให้จำนวนแทรคและเซกเตอร์จึงมีมากตามไปด้วย
สำหรับการอ่านข้อมูลนั้น หัวอ่านข้อมูลของดิสเก็ตต์จะสัมผัสแผ่นจานทุกครั้งที่อ่าน แต่สำหรับการอ่านข้อ
มูลในฮาร์ดดิสก์หัวอ่านจะลอยอยู่เหนือแผ่นจาน ไม่มีการสัมผัสตัวแผ่นจานแต่อย่างใด
9. สื่อเก็บข้อมูลประเภท CD และ DVD มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง
-สื่อเก็บข้อมูลแบบ CD จะเหมาะกับการเก็บข้อมูลทั่วไป เช่น ข้อมูลไฟล์การทำงาน ข้อมูล
โปรแกรมเพื่อใช้งาน รวมถึงบันทึกเสียงเพลง ส่วนแบบ DVD จะมีคุณสมบัติที่ดีกว่าคือ เก็บข้อมูลได้เยอะ
มากยิ่งขึ้น สามารถจุมากสุดได้ถึง 17 GB จึงเหมาะสมกับการเก็บข้อมูลงานทางด้านมัลติมีเดียเพื่อให้
เกิดความสมจริงของทั้งภาพและเสียงมากที่สุดนั่นเอง
10. Point Of Sale คืออะไร
-จุดบริการขายที่มักพบตามห้างสรรพสินค้า ร้านค้าสะดวกซื้อทั่วไป โดยผู้ซื้อสามารถนำสินค้ามา
ชำระเงินยังจุดบริการขายนี้ได้ทันที ซึ่งระบบจะมีการจัดการเกี่ยวกับรายการซื้อขายเองโดยอัตโนมัติ
11. งานเกี่ยวกับการออกใบเสร็จรับเงิน การออกใบกำกับภาษีที่ต้องมีสำเนาหลายใบ ควรใช้เครื่องพิมพ์แบบใด
เครื่องดังกล่าวมีหลักการทำงานอย่างไรบ้าง
-ควรใช้เครื่องพิมพ์แบบดอทเมตริกซ์ เนื่องจากลักษณะงานคือการพิมพ์สำเนาหลายๆแผ่นในครั้ง
เดียว คุณสมบัติของเครื่องพิมพ์แบบนี้จะมีความเหมาะสมต่อการใช้งานแบบนี้มาก อีกทั้งยังช่วยให้
ประหยัดเวลาและสะดวกกว่าที่จะใช้เครื่องพิมพ์แบบอื่นเพื่อพิมพ์ครั้งละแผ่น หลักการทำงานจะอาศัยหัว
เข็มพิมพ์กระทบลงไปที่ตัวกระดาษโดยตรง เมื่อใช้กระดาษสำเนาซ้อนทับจึงให้ได้ผลลัพธ์ออกมาเหมือน
กับแผ่นต้นฉบับ
12. เครื่องพิมพ์แบบอิงค์เจ็ตและแบบเลเซอร์ แตกต่างกันอย่างไรบ้าง จงอธิบาย
-เครื่องพิมพ์แบบอิงค์เจ็ตอาศัยหลักการพิมพ์โดยใช้ผงหมึกพ่นลงไปบนกระดาษ มีทั้งหมึกสีและ
ขาวดำ เหมาะกับงานพิมพ์เอกสารที่ต้องการความสวยงาม เช่น ภาพถ่าย โปสการ์ด ปฎิทินหรือพิมพ์บน
กระดาษแบบพิเศษแล้วนำไปติดกับเสื้อผ้าหรือแก้วกาแฟ ส่วนเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ราคาอาจแพงกว่า
เนื่องจากให้ความคมชัดได้ดี หลักการทำงานจะอาศัยแสงเลเซอร์ยิงตกลงไปบนกระดาษ คล้ายกับการ
ทำงานของเครื่องถ่ายเอกสาร แต่มีข้อเสียคือไม่สามารถพิมพ์เอกสารที่เป็นแบบสำเนาได้ ปัจจุบันมีทั้งที่
เป็นแบบสีและขาวดำ
ค้นคว้าจาก


วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

แบบฝึกหัดบทที่ 3



                                        แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 3
1.ซอฟต์แวร์ประยุกต์เกี่ยวข้องกับระบบปฏิบัติการอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ. ซอฟต์แวร์ประยุกต์ หรือ
 application software จะถูกติดตั้งและทำงานบนระบบปฏิบัติการเพื่อให้
         สามารถทำงานได้ตามที่ต้องการ ซอฟต์แวร์กลุ่มนี้ มีทั้งประเภทสามารถหาซื้อมาใช้ได้เองตามท้อง
         ตลาดและพัฒนาขึ้นมาใช้ได้เองเฉพาะกรณี    

2.ระบบปฏิบัติการโดยทั่วไป มีกี่ประเภท จงยกตัวอย่างประกอบ
ตอบ. สามารถแบ่งออกได้
 3 ประเภท
              - ระบบปฏิบัติการแบบเดี่ยว
                     นิยมใช้สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำงานแบบทั่วไป เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ตามบ้านหรือ    สำนักงาน ซึ่งจะถูกติดตั้งระบบปฏิบัติการนี้ไว้รองรับการทำงานบางอย่าง เช่น พิมพ์งาน
                     ดูหนัง ฟังเพลง เป็นต้น
              - ระบบปฏิบัติการแบบเครือข่าย
                      มุ้งเน้นการให้บริการกับผู้ใช้หลายๆ คนนิยมใช้สำหรับการประมวลผลงานข้อมูลสำหรับ
                      เครือข่ายโดยเฉพาะ มักพบเห็นได้กับการนำไปใช้ในองค์กรธุรกิจทั่วไป เครื่องคอมฯ
                      ที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการเหล่านี้จะเรียกว่า เครื่องแม่ข่าย
              - ระบบปฏิบัติการแบบฝัง
                     มักพบเห็นได้กับอุปกรณ์พกพาขนาดเล็ก เช่น พีดีเอ หรือ สมาร์ทโฟน บางรุ่นสามารถช่วย
                     ในการทำงานแบบเคลื่อนที่ได้ดี เป็นระบบที่เกิดขึ้นมาหลังสุด บางรุ่นระบบมีคุณสมบัติใกล้
                      เคียงกับระบบปฏิบัติการแบบเดี่ยว เช่น รองรับการทำงานทั่วไป ดูหนัง ฟังเพลง

3. .ระบบระบบปฏิบัติการแบบผัง(Embedded OS) คืออะไร นิยมใช้กับอุปกรณ์ประเภทใด จงอธิบาย
ตอบ.  เป็นระบบปฏิบัติการที่พบเห็นได้ในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็ก เช่น พีดีเอหรือ Smart phoneบางรุ่น สามารถช่วยในการทำงานของอุปกรณ์แบบไม่ประจำที่เหล่านี้ได้เป็นอย่างดี เกิดขึ้นมาหลังสุดพร้อม ๆ กับที่อุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพาเหล่านี้ได้รับความนิยมมากขึ้น บางระบบมีคุณสมบัติที่ใกล้เคียงกับระบบปฏิบัติการแบบเดี่ยวด้วย เช่น รองรับกับการทำงานทั่วไป ดูหนัง ฟังเพลงหรือเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ 
ระบบปฏิบัติการแบบฝัง ( Embedded OS ) เรามักจะพบเห็นการใช้งานของระบบปฏิบัติการแบบฝังนี้กับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ขนาดพกพา เช่น Palm, pocket PC, Smart phone รวมถึงอุปกรณ์ขนาดเล็กอื่น ๆ

4.โปรแกรมป้องกันไวรัส มีความสำคัญอย่างไรกับการใช้งานกับคอมพิวเตอร์
ตอบ. เป็นโปรแกรมยูทิลิตี้ชนิดหนึ่งที่ใช้สำหรับป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ได้เป็นอย่างดีซึ่งจะทำหน้าที่เป็น
  เสมือนยามคอยตรวจสอบดูแลระบบทั่วไปว่ามีปัญหาใดๆ เกิดขึ้นหรือไม่ ถ้ามีโปรแกรมนี้มันก็จะฟ้อง ขึ้น เราก็สามารถลบทิ้งได้ทันที เพื่อความราบรื่นในการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์

5.นายอภิชาติต้องการเก็บข้อมูลหลายๆไฟล์ เป็นอันเดียวกันและให้มีขนาดที่เล็กลง ควรจะใช้โปรแกรมประเภทใด จงอธิบาย
    ตอบ.  winrar เพราะเป็นโปรแกรมเก็บไฟล์งานต่างๆที่มีขนาดใหญ่มารวมกัน และทำให้ขนาดของไฟล์เล็กลง

6. ซอฟต์แวร์กลุ่มการใช้งานด้านธุรกิจประเภท Word Processing ที่นักศึกษารู้จักมีอะไรบ้าง จงยกตัวอย่างประกอบ 3 โปรแกรม
ตอบ.
  1 Microsoft office Word
          2 Microsoft office Excel
          3 Microsoft office PowerPoint

7. ซอฟต์แวร์แบบกลุ่ม (Software Suite) คืออะไร
ตอบ คือซอฟต์แวร์ที่นำเอาคุณสมบัติต่างๆ ของโปรแกรมแต่ละตัวมาจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกันแล้วทำการจำหน่ายรวมกันทีเดียว

 8.น.ส.ศิริพรต้องการทำรายงานการรับจ่ายเงินแต่ละวันอย่างง่าย ควรใช้โปรแกรมประเภทใด จงอธิบาย
 ตอบ Microsoft excel

9.Internet Ralay Chat คืออะไร แตกต่างต่าง Instant Messaging อย่างไรบ้างตอบ. เป็นโปรแกรมประเภทที่ใช้สำหรับสนทนากลุ่ม โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกกลุ่มที่จะสนทนาได้ตาม
         ต้องการสามารถตอบโต้กันได้ด้วยข้อความและคนอื่นในห้องสนทนาสามารถเห็นข้อความนั้นด้วย พร้อมๆกันหมดเหมือนกับการพูดคุยในที่สาธารณะ นอกจากนั้นยังสามารถเลือกการสนทนาเพียง
รายคนได้ แต่โปรแกรมประเภทส่งข้อความด่วนหรือ Instant Messaging อาจมีวัตถุประสงค์ของ การใช้งานที่แตกต่างจาก Internet Ralay Chat บ้างคือ มุ้งเน้นใช้งานเพื่อส่งหรือฝากข้อความตาม ที่ต้องการได้แบบทันทีและนิยมใช้สนทนากันแบบรายบุคคลมากกว่า

10. โปรแกรมประเภทการนำเสนองาน เหมาะสมกับกลุ่มคนประเภทใด จงให้เหตุผลประกอบตอบ. เหมาะสมกับการนำเสนอขายสินค้าของนักขายมืออาชีพ ครู อาจารย์ หรือวิทยากรที่ต้องการนำ เสนองานให้มีความโดดเด่นและน่าสนใจ เนื่องจากสามารถใส่เทคนิคการนำเสนอผลงงานต่าง ๆเข้าไปได้มากกว่าทำให้ผู้รับชมสร้างการจดจำได้ง่ายกว่า

 11. ในการเรียกค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต โปรแกรมใดที่นิยมเอาใช้มากที่สุด และมีคุณสมบัติเด่นๆอะไรบ้างตอบ. โปรแกรมประเภทบราวเซอร์จะถูกนำมาใช้ในการค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตมากที่สุด โดยสามารถ แสดงผลลัพธ์ออกมาได้ทั้งที่อยู่ในรูปของตัวอักษรธรรมดา ภาพกราฟฟิก ภาพเคลื่อนไหว รวมถึง ข้อมูลประเภทเสียง

12. จงยกตัวอย่าง web application ที่นักศึกษารู้จักหรือใช้บริการอยู่ในปัจจุบันมาอย่างน้อย 3รายการพร้อมทั้งอธิบายหลักการทำงานด้วย

ตอบ  Web application ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ยกตัวอย่างได้ดังนี้

1. Web base mail เป็นโปรแกรมสำหรับใช้งานรับ-ส่งอีเมล์ผ่านเว็บไซท์ที่ให้บริการ โดยเข้าไปใช้งานได้ตลอดเวลาและทุกๆสถานที่ สะดวกต่อการใช้งานเพราะไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมอ่านเมล์ เพียงแค่ป้อนชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่านเข้าไปในระบบ ก็สามารถใช้งานได้แล้ว

ตอบ  Web application ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ยกตัวอย่างได้ดังนี้

1. Web base mail เป็นโปรแกรมสำหรับใช้งานรับ-ส่งอีเมล์ผ่านเว็บไซท์ที่ให้บริการ โดยเข้าไปใช้งานได้ตลอดเวลาและทุกๆสถานที่ สะดวกต่อการใช้งานเพราะไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมอ่านเมล์ เพียงแค่ป้อนชื่อผู้ใช้งานและรหัสผ่านเข้าไปในระบบ ก็สามารถใช้งานได้แล้ว
2. Bulletin board เป็นโปรแกรมกระดานข่าว ที่มีไว้สำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่างๆ หรือสอบถามข้อมูลที่สนใจ โดยจะมีคนมาตอบคำถามหรือพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อเนื่องกันไปเรื่อยๆ โดยจะแสดงคำถามหรือหัวข้อที่มีการโพสต์ไว้ให้ผู้เข้าชมเห็นหรืออ่านได้ทุกคน บางระบบอาจจะมีการสงวนสิทธิ์เฉพาะสมาชิกได้
3. Guest book เป็นโปรแกรมบนเว็บอีกประเภทหนึ่ง มักใช้สำหรับการลงบันทึกการเข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซท์นั้นๆคล้ายกับกระดานข่าว แต่ไม่นิยมใช้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน แต่มุ่งเน้นให้เขียนข้อความถึงเจ้าของเว็บไซท์หรือทีมงานนั้นๆมากกว่า

13. ผู้ที่ทำงานด้านออกแบบและจัดการ website เช่น webmaster ควรจะเลือกใช้โปรแกรมอะไรบ้างเพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนในการทำงาน

ตอบ  งานทางด้านการออกแบบและจัดการ website อาจจำเป็นต้องใช้โปรแกรมเพื่อช่วยเหลือการทำงานดังต่อไปนี้

1. โปรแกรมสำหรับออกแบบเว็บเพื่อใช้สำหรับการสร้างรูปแบบของเว็บเพจที่ต้องการ รวมถึงการจัดวางโครงสร้างทั่วไปของแต่ละเว็บเพจ โดยสามารถเลือกใช้โปรแกรมที่มีอยู่ได้ตามความต้องการ ที่รู้จักกันดี เช่นMicrosoftFrontpage, Macromedia Dreamweaver, NetObject Fusion เป็นต้น

2. โปรแกรมสำหรับส่งถ่ายข้อมูลเพื่อให้การส่งข้อมูลไปเก็บไว้ยังเครื่องแม่ข่ายที่ให้บริการหรือ web server สามารถทำได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น อาจเลือกใช้โปรแกรมที่ได้รับความนิยมกันเป็นอย่างดี เช่น Cute_FTP, WS_FTPเป็นต้น

3. โปรแกรมตกแต่งภาพทั่วไปใช้สำหรับการตกแต่งภาพที่จะนำไปใช้เผยแพร่บนเว็บไซท์ให้มีความสวยงามและน่าสนใจ อาจเลือกใช้จากโปรแกรมที่มีความสามารถหลากหลายและเป็นที่นิยมกันเป็นอย่างดี เช่น Adobe Photoshopเป็นต้น

14. ซอฟต์แวร์ประเภท Open Source คืออะไร

 ตอบ คือกลุ่มของซอฟต์แวร์ที่มีการเปิดเผยโค้ดที่ใช้สำหรับเขียนให้คนทั่วไปสามารถนำเอาไปใช้หรือพัฒนาต่อได้ โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อแต่อย่างใด ทั้งนี้จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดด้วย ซึ่งโค้ดที่ได้มานั้นจะมาจากการพัฒนาด้วยทีมงานที่หลากหลายทั่วโลก โดยไม่ได้มุ่งหวังผลทางการค้าแต่อย่างใด


15. ภาษาระดับสูงมาก หรือ very-high level language มีหลักการทำงานอย่างไรบ้าง

ตอบ   ภาษาการเขียนโปรแกรมกลุ่มนี้จะช่วยให้รูปแบบการเขียนโปรแกรมทำได้ง่ายขึ้น โดยอาจใช้เพียงแค่หยิบหรือวางปุ่มคำสั่งบางอันลงไป โดยที่ผู้เขียนโปรแกรมอาจจะรู้เพียงแค่ว่าจะให้คอมพิวเตอร์ทำอะไรบ้างเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องทราบว่ามันจะทำได้อย่างไร เพราะถือเป็นหน้าที่ของภาษาระดับสูงมากนั้นคอยจัดการแทนเอง ทำให้สร้างคำสั่งหรือรูปแบบหลักๆได้ง่าย ไม่ต้องเสียเวลาในการอบรมการเขียนโปรแกรมมากนัก เพียงแต่ใช้ความรู้พื้นฐานในการเขียนเพียงเล็กน้อย ก็สามารถเอามาใช้ได้เลยทันที


16. จงยกตัวอย่างของการนำเอาภาษาคอมพิวเตอร์ยุคที่ 5 ไปใช้งาน มาอย่างน้อย 2 ตัวอย่างพร้อมทั้งอธิบายประกอบ

ตอบ  ตัวอย่างของการนำเอาภาษาคอมพิวเตอร์ในยุคที่ 5 ไปใช้ เช่น

- ระบบหุ่นยนต์โดยการสร้างความรู้และการจำไว้ในตัวหุ่นยนต์หรือเครื่องจักรที่ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อสั่งการให้ทำงานบางอย่างที่ต้องการ

- ระบบการสั่งงานด้วยเสียงอาศัยหลักการป้อนข้อมูลด้วยเสียงแทนการพิมพ์หรือป้อนข้อมูลผ่านคีย์บอร์ดเข้าไปตรงๆ เพื่อช่วยให้การทำงานมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

 

ที่มา :  http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/software/software/



วันอังคารที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 2

แบบฝึกหัดท้ายบทที่  2
1. ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์  แตกต่างกันอย่างไร  จงอธิบาย

ตอบ  ฮาร์ดแวร์  (Hardware)  เป็นอุปกรณ์ที่จับต้อง สัมผัส  และสามารถมองเห็นได้อย่างเป็นรูปธรรม  ฮาร์ดแวร์ของคอมพิวเตอร์จะมีทั้งที่ติดตั้งอยู่ภายในตัวเครื่องคอมพิวเตอร์  (เช่น  ซีพียู  เมนบอร์ด  แรม)และที่ติดตั้งอยู่ภายนอกตัวเครื่องคอมพิวเตอร์  (เช่น  คีย์บอร์ด  เมาส์  จอภาพ  เครื่องพิมพ์)ซอฟต์แวร์  (Software)  เป็นองค์ประกอบทางนามธรรมที่ไม่สามารถจับต้องหรือสัมผัสได้เหมือนกับฮาร์ดแวร์  ซึ่งซอฟต์แวร์นี้แบ่งออกเป็น  2  ประเภทใหญ่ๆ  ด้วยกันคือ
-                     ซอฟต์แวร์ระบบ  (System  Software)  เป็นซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่ควบคุมระบบการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์  ตัวอย่างที่รู้จักกันเป็นอย่างดีคือระบบปฏิบัติการหรือ  OS  (Operating  System)-                     ซอฟต์แวร์ประยุกต์  (Application  Software)  เป็นกลุ่มซอฟต์แวร์ที่สามารถติดตั้งได้ในภายหลัง
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและการประยุกต์ใช้งานเป็นหลัก  โดยปกติจะมุ่งใช้กับงานเฉพาะด้าน  เช่น  งานด้านบัญชี  งานด้านเอกสาร  หรืองานควบคุมสินค้าคงคลัง

2. หน่วยงานที่ชื่อ  SIPA  ถูกจัดตั้งโดยกระทรวงใด  มีบทบาทและหน้าที่อย่างไรบ้างในวงการซอฟต์แวร์ไทย

ตอบ  สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ  (องค์การมหาชน)  หรือชื่อในภาษาอังกฤษว่า  Software  Industry Promotion  Agency  (Public  Organization) เรียกชื่อย่อว่า  SIPA  เป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่  24  กันยายน  พ.ศ.2546  เพื่อทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการวางแผนและกำหนดนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของประเทศไทย

3. นักวิเคราะห์ระบบกับผู้ใช้งานมีความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง  จงยกตัวอย่างประกอบ

ตอบ  นักวิเคราะห์ระบบจะเป็นผู้ที่ศึกษาถึงปัญหาและความต้องการของนักธุรกิจ  โดยนำเอาปัจจัย  3  ประการ  คือ  คน  ( people )  วิธีการ  ( method )  และคอมพิวเตอร์เทคโนโลยี  ( computer technology )  ใช้ในการปรับปรุงหรือแก้ปัญหาให้กับนักธุรกิจ  เมื่อได้มีการนำเอาพัฒนาการทางเทคโนโลยีของคอมพิวเตอร์มาใช้  นักวิเคราะห์ระบบจะต้องรับผิดชอบถึงการกำหนดลักษณะของข้อมูล  ( data )  ที่จะจัดเก็บเข้าสู่ระบบงานคอมพิวเตอร์  การหมุนเวียน การเปลี่ยนแปลงของข้อมูลและระยะเวลาเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ใช้หรือธุรกิจ  ( business users )  นักวิเคราะห์ระบบไม่ได้เพียงวิเคราะห์หรือดีไซน์ระบบงานเท่านั้น  หากแต่ยังขายบริการทางด้านระบบงานข้อมูล โดยนำเอาประโยชน์จากเทคโนโลยีล่าสุดมาใช้ควบคู่กันไปด้วย จากบทบาทของนักวิเคราะห์ระบบที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ทำให้นักวิเคราะห์ระบบจะต้องมีความรู้ทั้งทางภาคธุรกิจหรือการดำเนินงาน  ในหน่วยงานต่างๆ  และคอมพิวเตอร์ควบคู่กัน นักวิเคราะห์ระบบโดยส่วนใหญ่สามารถที่จะดีไซน์ระบบงานและเขียนโปรแกรมขึ้นได้ด้วยตัวเอง  ส่วนนี้เองกลับทำให้บุคคลภายนอกเกิดความสับสนระหว่างโปรแกรมเมอร์กับนักวิเคราะห์ระบบ

ที่มา  http://www.nayoktech.ac.th

4. ช่างเทคนิคคอมพิวเตอร์  มีหน้าที่และบทบาทอย่างไรกับงานทางด้านคอมพิวเตอร์
ตอบ  หน้าที่หลักคือ  การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบในหน่วยงานให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ  โดยเฉพาะกับผู้ใช้งานมือใหม่และไม่ชำนาญเพียงพอ  ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้านฮาร์ดแวร์  เช่น  ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์เกิดขัดข้องในระหว่างการจนไม่สามารถทำงานต่อไปได้5. Software  Engineer  เกี่ยวข้องอย่างไรกับกระบวนการผลิตซอฟแวร์ตอบ  เกี่ยวข้องกับการใช้กระบวนการทางวิศวกรรมในการดูแลการผลิต ตั้งแต่การเริ่มเก็บความต้องการ การตั้งเป้าหมายของระบบ การออกแบบ กระบวนการพัฒนา การตรวจสอบ การประเมินผล การติดตามโครงการ การประเมินต้นทุน การรักษาความปลอดภัย ไปจนถึงการคิดราคาซอฟต์แวร์เป็นต้น

ที่มา  http://th.wikipedia.org/

6. การดูแลและบริหารระบบเครือข่าย  เกี่ยวข้องกับบุคคลตำแหน่งใดมากที่สุด

ตอบ  เป็นลักษณะงานที่เกี่ยวข้องกับบุคคลในตำแหน่งที่เรียกว่า ผู้ดูแลเน็ตเวิร์ก (NetworkAdministrator) มากที่สุด โดยจะต้องดูแลและบริหารระบบเครือข่ายให้สามารถทำงานได้อย่างราบรื่น มีการติดตั้งระบบของเครือข่ายที่รัดกุม สร้างระบบป้องกันการบุกรุกที่มีเสถียรภาพและเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการถูกโจมตีจากผู้ไม่ประสงค์ดีเข้ามายังเครือข่ายในองค์กรได้7. binary  digit  คืออะไร  เกี่ยวข้องอย่างไรกับการทำงานของคอมพิวเตอร์ตอบ  ตัวเลขในระบบฐานสอง  ได้แก่  เลข  0  และ  1  ซึ่งโดยปกติข้อมูลที่จะนำมาใช้กับคอมพิวเตอร์ได้นั้น  จะต้องมีการแปลงรูปแบบหรือสถานะให้คอมพิวเตอร์เข้าใจเสียก่อน  จึงจะสามารถเอามาใช้งานในการประมวลผลต่างๆ  ได้ซึ่งโดยปกติจะเรียกว่า  สถานะแบบดิจิตอล  ซึ่งมีเพียงสองสถานะเท่านั้นคือ  เปิด  (1) และ  ปิด  (0)

8. กระบวนการแปลงข้อมูลปกติให้เป็นเลขฐานสองทางคอมพิวเตอร์  มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง  จงอธิบาย

ตอบ  เริ่มจากข้อมูลตัวอักษรจะถูกป้อนเข้าไปยังระบบผ่านเข้าทางอุปกรณ์รับข้อมูลเช่น คีย์บอร์ด จากนั้นสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ของตัวอักษรดังกล่าวจะถูกส่งต่อไปยังระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์  เพื่อแปลงให้อยู่ในรูปแบบรหัสมาตรฐานที่เข้าใจตรงกัน  และนำเก็บไว้ในหน่วยความจำเพื่อรอการประมวลผลและแปลงกลับออกมาให้อยู่ในรูปแบบของภาพที่สามารถมองเห็นได้ผ่านอุปกรณ์การแสดงผลบางอย่างเช่น  จอภาพ  เป็นต้น9.  การนำข้อมูลเข้าสู่คอมพิวเตอร์  สามารถทำได้ด้วยวิธีใดบ้าง  จงยกตัวอย่างประกอบตอบ  การนำเข้าข้อมูล  (Input data)  เป็นกระบวนการบันทึกข้อมูลเข้าสู่คอมพิวเตอร์  การสร้างฐานข้อมูลที่ละเอียด  ถูกต้อง เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการปฏิบัติงานด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ซึ่งจำเป็นต้องมีการประเมินคุณภาพข้อมูล  ที่จะนำเข้าสู่ระบบในเรื่องแหล่งที่มาของข้อมูล  วิธีการสำรวจข้อมูลมาตราส่วนของแผนที่  ความถูกต้อง  ความละเอียด  พื้นที่ที่ข้อมูลครอบคลุมถึงและปีที่จัดทำข้อมูล  เพื่อประเมินคุณภาพ  และคักเลือกข้อมูลที่จะนำเข้าสู่ระบบฐานข้อมูล

ที่มา  http://www.gisthai.org

10. พื้นฐานการทำงานของคอมพิวเตอร์  ส่วนใดที่ถือว่าเป็นเหมือนกับ  “สมอง”  และประกอบด้วยส่วนที่เกี่ยวข้องอะไรบ้าง

ตอบ  ซีพียูหรือหน่วยประมวลผลกลาง เปรียบเหมือนกับ “สมอง” ของคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีหน้าที่หลักในการประมวลผลคำสั่งที่ได้รับมาว่าจะให้ทำอะไรบ้าง ประกอบด้วยหน่วยสำหรับการทำงานแบ่งออกเป็นส่วนๆคือหน่วยควบคุม (Control Unit)หน่วยคำนวณและตรรกะ (Arithmetic and Logic Unit)รีจิสเตอร์ (Register)

11. ROM  และ  RAM  เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

ตอบ  ถือเป็นหน่วยความจำเหมือนกัน แต่  ROM  เป็นหน่วยความจำที่อ่านได้อย่างเดียว  ไม่สามารถเขียนหรือบันทึกเพิ่มเติมได้  โดยปกติจะเป็นการเก็บคำสั่งที่ใช้บ่อยและเป็นคำสั่งเฉพาะ  มีอยู่กับเครื่องอย่างถาวร  แม้ไฟจะดับก็ไม่ทำให้คำสั่งต่างๆหายไป  ส่วน  RAM  เป็นหน่วยความจำอีกแบบหนึ่งแต่เมื่อไฟดับหรือปิดเครื่องข้อมูลต่างๆจะถูกลบเลือนหายไปหมด  นิยมใช้สำหรับจดจำคำสั่งในระหว่างที่ระบบกำลังทำงานอยู่เพียงเท่านั้น  สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ตลอดเวลา

12. machine  cycle  คืออะไร  และมีหลักการทำงานอย่างไรบ้าง  จงอธิบาย

ตอบ  เป็นวงรอบหนึ่งๆในการทำงานของซีพียู  จะเกี่ยวข้องกับการประมวลผลหลักๆโดยการอ่านและดึงข้อมูลมาจากหน่วยความจำหลัก  เพื่อเก็บเข้าสู่รีจิสเตอร์ในส่วนที่เก็บชุดคำสั่งและตำแหน่งสำหรับประมวลผล จากนั้นจะมีการแปลความหมายของชุดคำสั่งว่าจะให้ทำอะไรบ้าง  และนำไปทำงานตามที่ได้รับนั้นและเก็บผลลัพธ์ที่ได้เพื่อให้ส่วนอื่นๆเรียกใช้ต่อไป  โดยจะมีการวนอ่านเพื่อประมวลผลแบบนี้วนซ้ำไปเรื่อยๆจนกว่าจะจบโปรแกรมหรือชุดคำสั่งในการทำงานทั้งหมด

13. ขั้นตอนช่วง  E-Time  ประกอบด้วยขั้นตอนอะไรบ้าง

ตอบ  ขั้นตอนการประมวลผลขั้นตอนที่  1 : Fetch Instruction  หน่วยควบคุมเข้าถึง  (Access)  คำสั่งที่ถูก  Execute  จากหน่วยความจำขั้นตอนที่  2 : Decode  Instruction  คำสั่งถูกตีความ  ( Decode) เพื่อให้รู้ว่าต้องทำงานอะไร  แล้วข้อมูลที่ต้องใช้ในการ ประมวลผลจะถูกเคลื่อนย้ายจากหน่วยความจำมาเก็บไว้ที่รีจิสเตอร์ (Register) จากนั้นจะกำหนดตำแหน่งของคำสั่งถัดไปทั้งขั้นตอนที่  1 และ  2  เรียกรวมกันว่า  "Instruction  Phase"  และเวลาที่ใช้ในการกระทำเฟสนี้เรียกว่า  "Instruction  Time (I-time)"ขั้นตอนที่  3 : Execute Instruction ALU ปฏิบัติงานตามคำสั่งที่ตีความได้ ไม่ว่าจะเป็นการคำนวณทางคณิตศาสตร์หรือการ เปรียบเทียบขั้นตอนที่ 4 : Store  Results  เก็บผลลัพธ์ที่ประมวลผลได้ลงในหน่วยความจำทั้งขั้นตอนที่  3  และ  4  เรียกรวมกันว่า  "Execution  Phase"เป็นช่วงเวลาที่คอมพิวเตอร์กระทำตามคำสั่งในชุดคำสั่งชุดหนึ่ง  ๆ  เริ่มนับแต่การไปนำข้อมูลมา  (fetch)  การถอดรหัส  (decode) และการกระทำการ  (execute)  ตามข้อความสั่งนั้น  ๆ  และเวลาที่ใช้ในการกระทำเฟสนี้  เรียกว่า  "Execution Time (E-time)" 

ที่มา  http://guru.google.co.th

และแหล่งที่มาข้ออื่นๆ จาก  หนังสือคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ